Creative

December 3, 2009 Leave a comment

ถ้าใครเปิดดูเกมมืออาชีพอยู่เรื่อย ๆ ก็จะเห็นอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ นะครับ ความจริงช่วงหลังนี้ผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามสักเท่าไหร่ครับ  สองสามวันมานี้ ก็เลยเปิดดูเล่น ๆ ให้หายคิดถึง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากรูปแบบหมากที่ไม่ซ้ำกันแล้ว สิ่งที่น่าจะสังเกตได้ง่ายที่สุดก้น่าจะเป็นการเปิดเกม

ลองดูเกมนี้ ครับ เอาแค่หมากที่ 1 – 36 ก็พอ
http://www.go4go.net/v2/modules/collection/sgfview.php?id=22143

ลำดับการเดิน 1- 36 นี้ ผมเห็นอยู่หลายเกมเหมือนกัน
ความจริง ช่วงก่อนนู้น เห็นแค่ลำดับหมาก 1 – 12 เท่านั้น ยังไม่ได้พัฒนามาถึงลำดับที่ 36 เหมือนในเกมนี้ ไม่แน่ใจว่า Choi Cheolhan เป็นคนเอามาเล่นคนแรกรึป่าว ก็ไม่ทราบครับ

นอกจากรูปแบบการเปิดเกมแบบนี้แล้ว ก็ยังมีการเปิดเกมแบบใหม่ ๆ อีกมากมาย ถ้าเอามาเล่นเพียงแค่คนเดียว ผมก็ยังไม่คิดอะไรมาก แต่เห็นฮิตเอามาเดินกันหลายคน ก็ชักอยากรู้  ถ้า้เปิดดูเกมเรื่อย ๆ จะเป็นว่า มี pattern ใหม่ ๆ หลายอันเลยครับ

จะเห็นว่าวงการหมากล้อม ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เลย คิดค้นอะไรใหม่ ๆ มาเล่นกันตลอดเวลา พัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ถ้าหยุดอยู่กับที่ก็โดนคนอื่นแซงได้ตลอดเวลา Lee Changho ที่ใคร ๆ ก็บอกว่า ชอบเดินง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ก็เปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลาครับ ถ้าสังเกตรูปหมากดี ๆ จะเห็นว่าเขาพยายามจะค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ

ไม่มีสูตรสำเร็จ

ถ้ายึิดติดกับ pattern หรือรูปแบบเดิม ๆ เพียงเพราะมันง่ายดี ไม่ต้องเหนื่อยคิดอะไรใหม่ เพราะมีคนอื่นคิดให้แล้ว ถ้าเราหยุดอยู่แค่นี้ มันก็จะจำกัดความคิดของเรา สร้างกรอบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในระยะยาว ถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็จะไปไม่ได้ตลอดรอดฝัง

มี pattern ไม่ได้เสียหายอะไร ขึ้นอยู่กับวิธีใช้ ถ้าใช้เป็นเครื่องมือ เป็นตัวช่วย ใช้ในการเรียนรู้ ก็พอไหว แต่ถ้าถือว่า pattern สามารถทำได้ทุกอย่าง ก็พลาดแล้วครับ

หมากล้อม เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเรียนรู้วิธีที่จะแก้ปัญหา เรียนรู้วิธีคิด เรียนรู้หลักการ
ถ้ารูปเกมเปลี่ยนไป รูปหมากเปลี่ยนไป จากที่คุ้นเคย ถ้าใช้วิธีเก่า ๆ วิธีคิดแบบเดิม ๆ ผลที่ออกมา อาจจะทำให้เจ็บปวดได้

เราต้องสร้างจุดแข็ง หรือ สิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ แต่เราทำได้ขึ้นมา  ถ้าไปสู้ในสิ่งที่คนอื่นเก่งอยู่แล้ว ก็ยากครับที่จะชนะ
ดึงให้เขา เข้ามาเล่นในเกมที่เราถนัด และได้เปรียบ เ่ท่านี้โอกาสที่จะชนะก็เพิ่มขึ้นอีกมากโขแล้ว   ถ้าสิ่งไหนที่เราทำได้และคนอื่นทำได้ คิดได้ นั้นแปลว่าเรายังไม่มีจุดแข็งของตัวเอง พยายามสร้างความแตกต่าง คิดให้แตกต่าง แล้วทำให้มีเพียงแค่เราเท่านั้นที่ทำได้ จากนั้นก็พยายามดึงให้เขาเข้ามาเล่นในเกมของเรา โอกาสก็อยู่ในมือ

นักหมากล้อมมืออาชีพระดับ top ของโลก จะเห็นว่า มี style การเล่นที่่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ละคนก็เก่งในแบบของตัวเอง ไม่มีใครชนะใครได้ตลอดเวลา มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดผลแพ้ ชนะ

แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครชนะใคร .. อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ อยู่ที่ความแตกต่าง อยู่ที่การพัฒนาอยู่ตลอดเวลา รู้จักสร้างโอกาส เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง  ต่างหากครับ

กระดานหมากล้อม ของขวัญทางการทูตของบารัค โอบามา

November 26, 2009 Leave a comment

ข่าวจากสมาคมหมากล้อมอเมริกา
www.usgo.org/

(20 พฤศจิกายน 2552)

เมื่อประธานาธิปดีสหรัฐ บารัค โอบามา เดินทางไปเยือนประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มอบชุดกระดานหมากล้อมแก่ประธานาธิบดีหู จินเทา เป็นของขวัญ ประกอบไปด้วย กระดานหมากล้อมซึ่งทำจากประเทศสหรัฐ และเม็ดหมากล้อมซึ่งทำจากหยกของจีนเอง ใส่ในโถแก้ว ที่ทำขึ้นในฝั่งตะวันตกของอเมริกา ด้วยวิธีทางการทูตง่าย ๆ แบบนี้สามารถแสดงให้เห็นถึงการรวมกันระหว่างประเทศอเมริกา และจีน ได้อย่างกลมกลืน

ประธานสมาคมหมากล้อมอเมริกา Allan Abramson ให้ข้อคิดเห็นว่า “บางทีของขวัญชิ้นนี้ อาจจะแสดงให้เห็นถึงความเคารพของประธานาธิบดี ที่มีแก่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศจีน และไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง การทูต หรือเศรษฐกิจ ก็ตาม ของขวัญชิ้นนี้ก็กลายเป็นหัวข้อคุยกันอย่างคึกคัก ของนักเล่นหมากล้อมในช่วงสัปดาห์นี้”

หมากล้อมได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเมื่อประมาณ 2500 ปีก่อน ถือได้ว่าเป็นเกมหมากกระดานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ยังคงเล่นกันมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีคนเล่นเกือบ 30 ล้านคนทั่วโลก หมากล้อมถูกถือให้เป็นหนึ่งในเกมหมากกระดานคลาสสิคเกมหนึ่ง เคียงคู่ไปกับหมากรุกและหมากฮอส หมากล้อมพึ่งถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในรายการแข่งขัน World Mind Sports Games ครั้งล่าสุดที่กรุงปักกิ่ง

และการที่ประธานาธิบดีได้เลือกหมากล้อมมาเป็นของขวัญในครั้งนี้นั้น ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของวงการหมากล้อมในอเมริกาเลยทีเดียว

ตัวกระดานเป็นงาน handmade ทำจากไม้ Hawaiian koa (ไม้ชั้นดี และหายากจากฮาวาย) คัดเลือกและแกะสลักโดยช่างไม้ฝีมือชั้นเยี่ยมจาก North Carolina ชื่อ Frank Salantrie นักหมากล้อม 3 ดั้ง และเป็นสมาชิกสมาคมหมากล้อมอเมริกามานานแล้ว ที่ด้านหลังของกระดานมีตราประทับประธานาธิบดี พร้อมด้วยลายเซ็นของบารัค โอบามา ส่วนหมากที่ทำจากหยกนั้น ได้รับมอบมาจากนักหมากล้อมอาชีพ Feng Yun เธอเป็นสมาชิกทีมหมากล้อมจีน แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนสัญชาติมาเป็นอเมริกาแล้ว เธอบอกว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มอบมันให้กับประธานาธิบดี เพื่อมอบให้กับประธานาธิบดีหู จิน เทา และชาวจีน อีกทีหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพัธ์ที่จะยังคงมีต่อไปของอเมริกาและจีน”

Feng Yun เป็นแชมป์โลกหมากล้อมหญิงอย่างเป็นทางการ และเป็นนักหมากล้อมหญิงหนึ่งในสามคนเท่านั้นที่ได้รับการเลื่อนระดับให้เป็น 9 ดั้ง เธอสอนหมากล้อมอยู่ในสหรัฐให้กับคนทุกเพศทุกวัย และในช่วงหน้าร้อนก็จะพานักเรียนไปประเทศจีนเพื่อเรียนร่วมกับนักเรียนจีนด้วย ตอนนี้เธอพักอยู่กับสามี พร้อมลูกอีกสองคน ใน Bridgewater รัฐ New Jersey

ส่วนโถหมากนั้นทำโดยช่างแก้วฝีมือ ที่ครอบครัวโอบามาชื่นชอบ ในฝั่งตะวันตกของอเมริกา

Categories: ข่าว Tags:

บุรุษที่ชื่อ ลี ชางโฮ

November 16, 2009 Leave a comment

> ข้อมูลในบทความ เป็นข้อมูลเมื่อปี 2006 เขียนโดย Candek
> Credit: http://www.go4go.net/v2/modules/wiwimod/index.php?page=Lee+Changho
>ภาพจาก internet และบางส่วนจาก zemotion.blogspot.com


Lee Changho(9d), 13th LG Cup 2008 2nd round

Lee Chang-ho
(이창호, 李昌鎬 (Yi Ch’ang-ho, อี ชางโฮ, ลี ชางโฮ) เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1975, กรุงโซล, ประเทศเกาหลี ปัจจุบันระดับ 9 ดั้ง เป็นมืออาชีพที่เก่งที่สุดในโลก(2006) ฝีไม้ลายมือ ล่ำเรียนมาจากกุฏีของ Cho Hun-Hyeon 9 ดั้ง

บันทึกหมาก > http://www.go4go.net/v2/modules/collection/byplayer2.php?pid=18

ประวัติ
เข้าวงการมืออาชีพเมื่อปี 1986 ขณะนั้นอายุเพียง 11 ขวบ ในช่วงปี 1990 เขาก็เริ่มออกลาย ฉายแววให้เห็นเป็นครั้งแรก ด้วยการคว้าแชมป์ ในรายการที่อาจารย์ของเขาเองเคยได้มาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 1992 เขาก็ยังสามารถคว้าแชมป์รายการระดับโลกมาครองได้อีกด้วย ซึ่งก็คือ ถ้วย Tong Yang ครั้งที่ 3 ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีมืออาชีพคนไหนที่จะทุบสถิติของเขาได้เลย ลี ชางโฮ นั้น เคยได้แชมป์รายการระดับโลกมาแล้วทั้งหมดทุกรายการ รายการละไม่ต่ำกว่า 2 สมัย รวมถึงรายการ World Oza และ Ing Cup ซึ่งเขาจะได้แชมป์ในทุก ๆ 2 และ 4 ปี เป็นคนที่สองที่ได้ Grand Slam (ชนะทุกรายการ) คนแรกคือ โช ฮุนยุน อาจารย์ของเขาเอง

สไตร์การเล่น
หลายคนคงรู้จักเขาในชื่อ “พระพุทธรูปหิน” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ฉายาของเขา
ที่มาของชื่อนี้ ก็ด้วยเพราะ เขาไม่เคยยิ้ม ไม่เคยแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาทางสีหน้าให้เห็นเลย มักจะชอบทำหน้าตาเฉยเมย ไร้อารมณ์อยู่เสมอ ๆ ซึ่งฉายานี้ ก็เข้ากับสไตร์ของเขามากทีเดียว จุดแข็งที่สุดของเขาอยู่ที่การคำนวณแต้ม จนได้รับยกย่องว่า คำนวณได้แม่นยำที่สุดในโลก ลี ชางโฮ ไม่ได้เล่นในสไตร์ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ไล่ฆ่ากลุ่มหมาก เลยแม้แต่น้อย แต่เขามักจะหลอกล่อให้คู่ต่อสู้คิดว่าชนะเขาไปแล้ว นั้นเพราะว่า เขาไม่ได้ไล่ฆ่ากลุ่มหมากใหญ่ ๆ หรือ เดินหมากตาสำคัญ ๆ ที่จะตัดสินแพ้ชนะเลย มืออาชีพคนอื่นๆ ในสมัยนั้น ยังไม่เคยเจอกับรูปแบบการเล่นของลี ชางโฮ มาก่อน เขาไม่เหมือนกับ ชูซาคุ เขาไม่เคยเดินหมากที่น่าทึ่งแบบเดียวกับชูซาคุ หรือตาเดินสุดยอด ๆ ให้เห็นเลย ครั้งหนึ่ง โจจิ คุง เคยหน้าแตกมาแล้วในรอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์โลก เขาประกาศศึกกับลีว่า เขาจะสั่งสอนลี ชางโฮ เองว่า โกะนั้นเค้าเล่นกันยังไง แต่สุดท้าย เขาก็ต้องกลิ่นน้ำลายตัวเอง เพราะผลออกมาคือ ลี ชางโฮ ชนะไปอย่างขาดลอย ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 0 เกม

Cho Chikun 9P

Cho Hun-Hyeon 9P

ศิษย์ล้างอาจารย์
อาจารย์คนแรกของลี ชางโฮ เคยปรารภไว้ว่า ลีนั้น มักจะพยายามหาตาเดินหมากเทพ ๆ อยู่เสมอๆ จนกระทั้งเขาได้มาเป็นศิษย์ที่สำนักของ โช ฮุนยุน กระนั้น อาจารย์เขาก็ยังบอกว่า ลีนั้น ไม่ได้เก่งมากมายอะไร เห็นได้จากการที่เขายังจำเกมที่ตัวเองเล่นกับอาจารย์ไม่ได้เลย ในช่วงเวลานั้น ลี จึงไม่ได้อยู่ในสายตาของโช ฮุนยุน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ หรือมีอัจฉริยะภาพทางด้านหมากล้อม แต่เขาเป็นคนขยันและทุ่มเทอย่างมาก จนทำให้ทักษะการอ่านหมากของเขาเพิ่มสูงขึ้นมาก ลี ชางโฮ ในช่วงนี้ได้ล้มเลิกความพยายามที่จะเดินหมากเทพ ๆ แล้ว เขาหันไปเดินหมากแบบเรียบง่าย ธรรมดา พื้น ๆ แทน ลี ชางโอ มักจะเดินหมากเรียบ ๆ ชิว ๆ กับคู่แข่งเสมอๆ ซึ่งนั้นช่วยให้เขาสามารถอ่านหมากไปได้ไกลขึ้นไปอีก ต่างจากความพยายามก่อนหน้านี้ที่พยายามหาตาเดินสุดยอด ๆ ซึ่งนั้นทำให้เขาก้าวไปไม่ถึงฝัน ว่ากันว่า ในช่วงแรกของชีวิตในวงการมืออาชีพของลี ชางโฮนั้น เขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ ต้องโค่นอาจารย์ให้ได้ เห็นได้ชัด เพราะว่าเมื่อเขาแข่งกับมืออาชีพระดับสูงคนอื่น ๆ แล้ว เขาต้องอกหักและม้วนเสื่อกลับบ้านทุกทีไป ผิดกับตอนที่เขาแข่งกับอาจารย์ที่มักจะมีลุ้นอยู่เสมอ นี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนมักจะประเมินฝีมือของจอมยุทธแซ่ลี คนนี้ต่ำไป หนึ่งในนั้นก็ได้แก่ โจ จิคุง หนุ่มมาดเซอของเรานั้นเอง สไตร์หมากของลี ชางโฮ นั้นดูเหมือนว่า น่าจะต้องซึมซับสไตร์การอ่านหมากเร็ว เดินหมากแหลมคมของอาจารย์มาแน่ ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ลี ชางโฮ พัฒนาสไตร์ของตัวเอง จากการที่เขาแข่งกับใครต่อใครอยู่เรื่อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เขาเลือกที่จะคำนวณแต้ม และอ่านหมากให้ละเอียดยิ่งขึ้น ๆ ไปอีก แต่ใครหลาย ๆ คนก็ยังคงไม่ได้ประทับใจ สไตร์หมากของลี ชางโฮ อยู่ เพราะมัน เรียบง่ายเกินไป

กำลังดวลหมากกับ Lee Sedol 9P ในศึก Ing cup ครั้งที่มาจัดในประเทศไทย

ลี ชางโฮหมดอนาคตแล้วงั้นหรือ?
โชคไม่ดีที่หมากสไตร์ของเขาไปไม่ถึงฝั่ง ขนาดที่หนุ่มมาดเซอของเราถึงกับเอ่ยปากว่า ลี ชางโฮ จะต้องเสียท่าให้กับ ลี เซตอล จอมยุทธหนุ่มรุ่นน้อง จนได้ในที่สุด เพราะสไตร์แบบลี ชางโฮ นั้นไม่ได้รับประกันว่า จะสามารถต้านทานคลื่นลูกใหม่ ๆ เอาไว้ได้ตลอดไป เขาจะต้องละทิ้ง และปรับปรุง พิจารณาสไตร์ของตัวเองใหม่ เพื่อที่จะต่อกรกับมืออาชีพหน้าใหม่ๆ ให้ได้ตลอดไป สไตร์หมากของเขากำลังอยู่ในช่วงค้นคว้า ทดลอง และเรียนรู้รูปแบบการเล่นใหม่ ๆ เขาพยายามจะเล่นแบบกัดไม่ปล่อย แต่แล้วก็ พลาดแล้วพลาดอีก เมื่อเราไปกระซิบถามอาจารย์ของเขา, โช ฮุนยุน ว่า หมดยุครุ่งเรื่องของลี ชางโฮ แล้วหรือ? เขาบอกว่า “ไม่” และเขาบอกต่อไปอีกว่าสำหรับ ลี เซตอล นั้นก็เป็นเพียงหนึ่งในคนที่จะสามารถเป็นคู่แข่งกับลี ชางโฮ ได้เท่านั้น ทั้งคู่ยังจะต้องเจอกันอีกหลายศึก ยังต้องรบกันไปอีกสักช่วงระยะหนึ่ง เมื่อฝุ่นที่ตลบอยู่นั้นสงบ และจางลง เงาของผู้ชนะก็จะปรากฏออกมาให้เห็นเอง

ห้องวิจารณ์หมาก Ing Cup ประเทศไทย (โปรสุจิน คนซ้าย หน้าสุด)

สถานการณ์ปัจจุบัน (2006)
หลังจากที่พลาดท่าให้กับ หลัว ซีเหอ ในศึก Samsung Cup ลี ก็กลับมากอบกู้ศักศรีดิ์คืนได้ในศึก Sibdang Cup (ชื่อสิบดั้ง เหมือนภาษาไทยเลย ไม่รู้ความหมาย เหมือนกันรึป่าว ใครทราบ ช่วยโพสเป็นบุญด้วยนะครับ) ด้วยการเอาคืน และเบียด ปาร์ก ยองฮุน ตกเก้าอี้ไป หลังจากที่ปาร์กเคยฝากแผลใจให้กับลีมาแล้ว ในรายการ Prices Information Cup ลี ยังไปได้แชมป์รายการที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลีอีก คือ Guksu ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 49 แล้ว แต่เขาก็ต้องอกหักอีกถึงสองครั้งในรอบปี ในรายการระดับโลก คือ Nongshim Cup และ รายการใหม่ อย่าง Kangwon Cup นี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับ ลี ชางโฮ เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ที่เขามักจะชนะในเกาหลี เสมอ

Categories: Lee Changho Tags:

Hwang Inseong

November 14, 2009 Leave a comment

สัมภาษณ์ โดย A.Dinerchtein 3P

Hwang (7Dan) เป็น insei เกาหลี ขณะนี้อยู่ที่เยอรมัน เขาเป็นหนึ่งในนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในยุโรป และเคยชนะรายการมือสมัครเล่น เกาหลีมาแล้วหลายรายการ

 

Q. คุณมีแผนแต่ไปยังไงครับ จะยังคงอยู่ที่เยอรมันต่อไป หรือว่าจะกลับไปที่เกาหลี?
A. ผมอยากจะอยู่ในยุโรปต่ออีกสัก 2 ปี ต่อจากนี้ ผมอยากจะหาประสบการณ์อะไรใหม่ ๆ ให้มาก ๆ ในยุโรป ผมอยู่ที่เยอรมันมาแล้วปีครึ่ง ผมอยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศไปที่อื่นบ้าง ตัวเลือกแรกก็คือ London และก็อยู่ที่นั้นสักปีนึง จากนั้นคงจะไปฝรั่งเศสต่อ แต่ผมก็ยังไม่ได้ตัดสินในอะไร วันนึงผมจะเปิดสอนใน internet ให้กับคนยุโรป ผมหวังว่านี้คงจะช่วยให้ยุโรปเก่งขึ้นครับ

Q. คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเพียงแค่เล่นอยู่ในยุโรปแต่ยังสามารถพัฒนาฝีมือได้เร็วเท่า ๆ กับอยู่ที่โรงเรียนหมากล้อมในเอเชีย

A. ผมมีทฤษฎีของผม มีอยู่ 3 สิ่งด้วยกันที่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เก่งขึ้น
1. มีคนระดับเดียวกันหลาย ๆ คน หลาย ๆ สไตรส์
2.มีอาจารย์ที่ดี (เพื่อให้ช่วยคอมเมนเกม)
3.มีระบบลีคที่ดี หรือการแข่งขันเป็นประจำ (ซึ่งคุณจะสามารถเล่นเกมอย่างจริง ๆ จัง ๆ ได้ ในการแข่งขันทัวร์เมนต่าง ๆ) พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าหากว่าคุณสามารถที่จะเล่นเกมแบบจริงจัง ได้อย่างสัก 3 เกมต่อสัปดาห์ และให้คนเก่งกว่ารีวิวเกมให้ คุณก็จะพัฒนาได้เร็ว แต่ในยุโรป ไม่ได้มีอะไรงานแข่งอะไรแบบนี้ และมีคนเก่งอยู่ไม่มากนัก มันจึงยากที่จะพัฒนาได้

Q. มือสมัครเล่นเกาหลีหลายคนไปสอบมืออาชีพที่ญี่ปุ่นแทน เพราะว่ามันง่ายกว่า คุณจะไปบ้างไหมครับ

A. ผมคิดว่ามีน้อยกว่า 5 คนนะที่ไปสอบที่ญี่ปุ่น แต่คงจะมีมากขึ้นในอนาคต เพราะว่าสอบง่ายกว่า สำหรับผม ไม่คิดจะไปหรอกครับ เพราะว่ามันมีเงื่อนไขที่หลายซ้อนอยู่ทีเดียว อย่างเช่น ถ้าหาใครต้องการใบอนุญาติการเป็นมืออาชีพ ก็จะต้องอยู่ญุ่ปุ่นอย่างน้อย 2 ปี

Q. สำหรับ Hong Maelgunsaem ที่สอบมืออาชีพผ่านได้ ที่คันไซ เมื่อสองสามวันก่อนนั้น คุณคิดว่าเขามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนครับ ที่จะครองแชมป์ใหญ่ ๆ สักรายการ อย่างเช่น Kisei, Mejin หรือ Honinbo?

A. ครับ ผมก็ได้ข่าวของเขามาบ้างเหมือนกัน Hong คือ 1 ในมือสมัครเล่นที่เก่งที่สุดของเกาหลี ผมหวังว่าคนเกาหลีคนอื่น ๆ จะไปเป็นมืออาชีพที่ญุ่ปุ่นด้วยเหมือนกัน มันยากที่จะเดาได้ว่าเขาจะชนะรายการใหญ่ในญุ่ปุ่นรึป่าว ผมบอกได้แต่เพียงว่า คงน่าจะทำสถิติที่ดีได้ในการแข่งรายการมืออาชีพ

Q. อะไรคือจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดที่สุดของนักหมากล้อมยุโรปครับ? เราจะสามารถพูดได้ไหมว่า นักหมากล้อมเกาหลีนั้นอ่านหมากที่ซับซ้อน ได้ดีกว่า?

A. มันแต่ต่างกันที่ วิธีคิดครับ ในยุโยป จะชอบอะไรที่เป็นมาตรฐานเอามาก ๆ และก็จะเดินแต่เฉพาะหมากที่เป็นมาตรฐาน ๆ แต่มันดีกว่า ที่จะรู้ว่าไม่ใช่ทุกโจเซกิจะใช้ได้ดี ในสถานการณ์ที่แต่างต่างกัน สิ่งนี้เหมือนกัน ในช่วงหมากปิดเกม – บางครั้งมันจะดีกว่า ที่จะยอมเสียหายบ้าง เพื่อแลกกับเซนเตะ หรือการได้มือนำ แต่ในยุโรปมักจะเล่นแบบป้องกัน และยอมเกินไป เพียงแค่เพราะว่าพวกเขารู้แต่เพียงหมากธรรมดา ๆ มาตรฐาน ๆ พวกเขาเล่นแบบอัตโนมัติ ลงหมากไปแบบที่จำมา คนเกาหลีจะสร้างสรรค์ และหลากหลายกว่ามาก พวกเขาสามารถที่จะวางหมากเด็ด ๆ ฉลาด ๆ และหมากที่ไม่ปกติได้ ในบางครั้ง

Q. เล่นโกะในเน็ตบ้างไหม ถ้าหากว่าบอกชื่อไม่ได้ ก็บอกแค่สถิติก้ได้ครับ

A. ครับ ผมเล่นในเน็ตเหมือนกันครับ แต่เฉพาะที่ Tygem เท่านั้น ผมมี 9 ดั้ง ประมาณ 5 ID
ID ที่ดีที่สุดก็ชนะ ประมาณ 60 % ครับิ แต่ขอไม่บอกว่า ID ไหนดีกว่า ผมจะรู้สึกดีกว่า ถ้าหมากไม่มีใครรุ้จักชื่อจริงของผม

Q. แล้ว KGS เป็นยังไงบ้างครับ?

A. ID ผมคือ CROWIS ผมเล่นบ้างบางครั้ง แต่ไม่มากเท่าไหร่ ผมไม่ชอบเล่นในเน็ต มันเร็วเกินไป ผมอ่อนมาก ๆ ถ้าเล่นในเน็ต ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

Q. ทัวร์นาเมนในยุโรปไหนที่ดีที่สุดที่คุณเคยแข่งมาครับ

A. ผมคิดว่ามี 2 ครั้งที่ดีครับ
2006 ที่บราเซโลน่า ผมชนะ Fan Hui กับ Cho Seokbin ได้
2009 ที่เบอริน “Go to innovation” ผมชนะ Cho Seokbin และ Oh Chimin

Q. คุณว่า Kim Eunguk ซึ่งชนะรายการ European Go Congress ในล่าสุดนี้ เคยเป็นยังไงบ้างครับ

เก่งกว่าคนอื่น ๆ รึป่าว หรือว่าเพราะเขาโชคดี
A. ผมคิดว่าคนที่เก่งที่สุดคือ Kim Junsang(คนที่ได้ที่สาม) ผมเรียนโกะกับเขา ตอนที่ยังเป็น insei อยุ่ที่เกาหลี ดังนั้นผม จึงรู้ว่าเขาค่อยข้างจะเก่ง แต่ผมไม่คิดว่า Eunguk เก่งกว่าคนอื่น ๆ อย่างที่คุณเห็นผลการแข่ง มีเกาหลี 4 คนที่ได้แต้มเท่ากัน (ชนะ8ครั้ง) ส่วน Kim Eunguk โชคดีที่ได้แต้มมากกว่าคนอื่น ๆ

Q. คุณคิดยังไงกับ Bannegi และทำไม Bannegi ถึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมในนุโยป?

A. ผมไม่ชอบ Bannegi มันเป็นการพนัน คนยุโรปดูจะคิดอะไรสมเหตุสมผลมากกว่า ผมเดาว่า พวกเขาคิดว่าถ้าสามารถที่จะชนะครึ่งแต้มได้ มันก็เพียงพอแล้วสำหรับชัยชนะ คนเกาหลีจะชอบพนันมากกว่า – ไม่ใช่แค่โกะเท่านั้น แต่รวมถึงทุก ๆ เกมเลยทีเดียว

Q. เคยอ่านนิยายเรื่อง First kyu ไหมครับ พูดได้ไหมว่า เนื้อเรื่องใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก

A.ผมไม่เคยอ่านครับ ขอโทษด้วย

Q. ตอนนี้ใครเก่งที่สุดในเกาหลีครับ สำหรับสือสมัครเล่น และระดับของเขาประมาณไหน ถ้าเทียบกับมืออาชีพ

A. ในช่วงที่ผมยังแข่งในเกาหลีอยุ่นั้น Ha Sungbong, Kim Namhun, Seo Junghui (ตอนนี้เป็นมืออาชีพ), Lee Kangwook (มืออาชีพเหมือนกัน), คนพวกที่เก่งที่สุด ถ้าในตอนนี้ เก่งที่สุด ก็คือ Yoo Byungeng, Song Hongsok, Yoo Sihan และ Ham Eunhu พวกเขาอ่อนกว่ากลุ่มแรกที่ผมพูดถึง 7-8 ปี ถ้าจะเทียบ พวกเขากับมืออาชีพ Lee Changho กับ Lee Sedol แน่นอนพวกเขาเก่งกว่า แต่สำหรับคนอื่น ๆ ก็อยู่ในระดับเดียวกันกับมือสมครเล่นระดับท็อป ถ้าหากลองสมมติว่าพวกเขาเป็นมืออาชีพ ผมมั่นใจว่า พวกเขาจะอยู่ในกลุ่ม 60 คนแรก (25 %) จาก มืออาชีพ 240 คน ในเกาหลีขณะนี้

Q. จริงรึป่าวครับที่ว่า อดีต insei ซึ่งไม่ใช่มืออาชีพ หารายได้จากโกะได้ยาก ถ้าอยู่ในเกาหลี?

A. มี 3 ทางเลือก 1 เรียนกโกะ เหมือนกับเป็น insei – 12 ชม ต่อวัน และพยายามที่จะเป็นมืออาชีพให้ได้
2. ไปที่มหาวิทยาลัย Myoung-ji และเรียนโกะ 3. สอนเด็ก ๆ ในโรงเรียนสอนโกะ
ในตอนนี้ยังไม่ลำบากมากเท่าไหร่ที่จะหารายได้จากโกะ แต่ในอนาคต มันคงจะยากกว่านี้ ผมคิดว่านะครับ

สัมภาษณ์ Choi Cheolhan (3)

November 14, 2009 Leave a comment


ขอคุยเกี่ยวเรื่องชีวิตส่วนตัวสักเล็กน้อยนะครับ
มันอาจจะดูไม่ค่อยเข้าท่าสักหน่อยที่จะถามแชมป์ kuksu ว่าเขาศึกษาโกะยังไง
แต่ก็สักหน่อยนะ มันคันปาก, คุณซ้อมโกะยังไงครับ ถึงได้เก่งปานนี้?
สำหรับผมแล้ว ดีที่สุดคือ ไปที่ Hankuk Kiwon หรือ Kwan’s School (โรงเรียนสอนหมากล้อม) ครับ
ผมไม่ได้บอกว่าผมซ้อมโกะเองที่บ้านไม่ได้นะ เพียงแต่ว่า พอมผมไปที่สมาคมหรือชมรมแล้ว ผมและคนอื่น ๆ
จะช่วยกันวิเคราะห์เกมด้วยกันได้ และผมก็เล่นอย่างน้อยวันละกระดาน

เล่นบนเน็ตบ้างไหม?
ครับ บางครั้ง, ผมเล่นที่ Tygem

ใช้ชื่อไหน?
มันก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากมายครับ ตอนนี้ก็มีคนรู้กันเยอะแล้ว แต่ครั้งสุดท้ายที่ผมไปเล่น
พอมผมเข้าไปทุกคนก็จะพากันเชียร์ว่า “แชมป์ kuksu มาแล้วววว”
แต่ถ้าผมแพ้ มันจะกลายเป็น “แชมป์ kuksu ภาษาอะไรกัน ถ้ายังเล่นแพ้ชาวบ้านเขาแบบนี้”

วันว่าง ๆ เนี้ย ทำอะไรบ้างครับ?
ผมก็ไปจะที่ Hankuk Kiwon federation ไม่ก็ Kwon club บางครั้งถ้าผมอยู่บ้าน
ผมก็เล่นเกมกับเล่นเน็ตเหมือนคนทั่วไป ครับ

ชอบเกมไหนมากที่สุด?
เยอะนะ แต่ที่ชอบมากสุดก็ Starcraft นี้แหละ

บอกหน่อยได้ไหมว่า Starcraft เนี้ย คุณเก่งแค่ไหน ถ้าสมมุติว่าวัดด้วย rating ของโกะ
น่าจะราว ๆ 3-gup (2-3 European dan) ก็ถือว่าเก่งอยู่นะ

มันน่าสนใจมาก, ผมรู้จักโปรวัยรุ่นหลาย ๆ คน ก็ชอบเล่น Starcraft เหมือนกัน ถ้าเทียบกับคนอื่นแล้ว คุณคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง?
พวกเราก็พอ ๆ กัน, ผมน่าจะอยู่ประมาณที่ 7 หรือ 8 ได้
ใครเก่งสุด?
อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ครับ พวกเราฝีมือใกล้ ๆ กัน

อืมมม, ผมรู้สึกถึงความกระหายในชัยชนะในตัวคุณ เวลาคุณเล่นโกะ คุณจะไม่ยอมให้ใครผ่านไปได้ง่าย ๆ
และรู้มาด้วยว่าคุณยังไปเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยอีกด้วย คุณทำอะไรอยู่หรอ?
อย่า่มาทำให้ผมโกรธนะ

?????
มันยากมากสำหรับผม กว่าจะจบมัธยมได้ ส่วนใหญ่คนอื่นพอสอบมืออาชีพได้ก็จะหยุดเรียนกันไปเลย แต่ผมไม่
คุณไม่รู้หรอกว่า
ผมพยายามมากแค่ไหนที่จะจบมาได้ แล้วก็เรียนต่อด้วย พวกรุ่นพี่แนะนำว่าให้ผมเรียนด้านภาษา และก็นี้แหละที่ผมเลือกที่จะเรียน

ทำไมถึงเลือกเรียนญี่ปุ่นละครับ?
ผมต้องเลือกสักอย่าง, ภาษาอังกฤษก็ยากโคตร
ผมชั่งใจอยุ่ว่าจะเลือกอะไรดี ระหว่างภาษาจีน หรือญี่ปุ่น สุดท้ายผมก็เลือกญี่ปุ่น และ Weon Songchin 7 dan
เพื่อนผม เขาก็เลือกจีน

ไปมหาวิทยาลัย สัปดาห์นึง กี่วันครับ?
วันนี้เป็นวันแรกครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องเตรียมตัวแข่งก่อน

สุดท้าย,
คุณมีหวานใจรึยังครับ?
ไม่ และคิดว่าคงจะไม่มี เพราะผมทุ่มเทเวลาให้กับโกะทั้งหมด

ขอบคุณมากครับ ที่คุยกับเรา ขอให้โชคดีในการแข่งนะครับ
ขอบคุณครับ

 

 

สัมภาษณ์ Choi Cheolhan (2)

November 14, 2009 Leave a comment

โอเค งั้นคราวนี้เรามาคุยถึงการแข่ง Kuksu กันบ้าง,
เกมไหนที่คุณว่ายากที่สุดครับ?

เกมที่ห้า ครับ แต่ ผมชอบเกมที่สองมากที่สุด มันเป็นแกมแรกที่ผมสามารถชนะ
Lee Changho ได้ อีกอย่าง ผมเล่นได้อย่างเหนี่ยวแน่นตลอดทั้งเกม
บางทีวันนั้น ลีเค้า อาจจะไม่สบายด้วยก็ได้

คุณใช้กลยุทธอะไรพิเศษบ้างรึเปล่าตอนที่แข่งกับ ลี?
ในเกมแรก หมากผมได้เปรียบคู่แข่งอย่างมาก
ผมได้เปรียบไปจนถึงช่วงท้ายเกม แต่หลังจากนั้น
ผมก็เริ่มเสียแต้มตรงนู้น ตรงนี่ ตรงนั้น เรื่อย ๆ สุดท้าย
ผมแพ้ไป 1.5 แต้ม หลังจากเกมนั้น ผมบอกกับตัวเองว่า
“ไม่, อย่างนี้มันไม่ถูก ผมจะต้องพยายามเพื่อให้ชนะตั้งแต่กลางเกมให้ได้ ก่อนที่จะเข้าช่วงท้ายเกม”

คุณชอบอย่างไหนมากกว่ากัน ระหว่าง ชนะด้วยการอ่านหมากสู้กัน
กับ การเล่นด้วยความเหนี่ยวแน่น?

ไม่ มันซับซ้อนกว่านั้นมาก บางครั้งผมก็สู้
บางครั้งผมก็เล่นเอาพื้นที่ด้วยการช่วยกลุ่มอ่อนแอ
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ผมพยามจะเป็นฝ่ายกระทำซะมากกว่า
แทนที่จะคอยแต่จะรับหมากคู่แต่สู้

หลังจากเกมสุดท้าย คุณวิเคราะห์หมากกันกับ Lee Sedol
คุณคิดว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง?
เราเป็นเพื่อนกัน เขายินดีด้วยกับผม แต่เขาก็แหย่ผมว่า
ผมโชคดีมากกว่า เขายิงมุขใส่ผมว่า
ถ้าผมเล่นกันเขาแทนที่จะเป็น Lee Changho เขาจะไม่ปล่อยให้ผม
ได้เดินสะบาย ๆ

คุณคิดว่า Lee Changho เป็นยังไงบ้าง,
ไม่ใช่ในถานะนักเล่นโกะ แต่ในถานะคนธรรมดา ๆ คนนึง?
เขาเป็นคนที่น่ายกย่องมาก, ยุติธรรม น่านับถือ
เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ความเคารพเขา และในขณะเดียวกัน
มันก็ยากมาก ๆ ที่จะได้ใช้เวลากับเขา
เขาเป็นคนที่ชอบอยู่กับตัวเองมาก และก็ยังพูดน้อยด้วย

ติดตามต่อตอนหน้า…

สัมภาษณ์ Choi Cheolhan (1)

November 13, 2009 Leave a comment

บทสัมภาณ์นี้ มีขึ้นหลังจากที่เขาชนะรายการ kuksu ปี 2004
สัมภาษณ์ โดย A.Dinerchtein

ผมจำการแข่ง LG Cup ครั้งที่ 2 ได้ว่า งานพิธีเปิดครั้งนั้น จะแตกต่างจากปกติ คือ หลังจากที่มีการแนะนำผู้เข้าแข่งขันและประกาศผลจับคู่แล้ว ผู้จัดงารก้ได้ประกาศว่า จะมีการแข่งนัดพิเศษ ระหว่าง Cho Hunyun กับ Choi Cheolhan คนที่พึ่่งจะได้เป็นมืออาชีพ 1 Dan ครั้งนั้นเอง ที่ทำให้เราได้รู้จักกับเขา เป็นครั้งแรก

 

ยินดีที่ได้คุยกันนะครับ คุณยังจำเมื่อตอนนั้นได้ไหม?
ครับ จำได้แน่นอน ตอนนั้นผมพึ่งจะได้เป็นมืออาชีพใหม่ ๆ และก็รู้สึกประหม่ามากด้วย
คุณได้รับการต่อสองหมากใช่รึเปล่า?
ไม่นะ เพราะผมก็เป็นมืออาชีพเหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีโคมิ เท่านั้น เท่าที่จำได้ รู้สึกผมจะแพ้ แต่จำไม่ได้ว่าแพ้ไปมากแค่ไหน

 

คุณเรื่มเรียนโกะตั้งแต่ตอนไหน?
ตอน 7 ขวบครับ ตอนนั้นผมเข้าเรียนที่ Kwon’s School (โรงเรียนนี้แข็งที่สุดในเกาหลี)

 

ตอน 7 ขวบนี้ คุณเล่นโกะเป็นมาก่อนแล้วใช่ไหม?
ตอนนั้นผมยังเล่นไม่เป็น ต้องเริ่มเรียนใหม่ตั้งแต่พื้นฐานแรกสุดเลย ตั้งแต่การสร้างสองห้องอะไรแบบนั้น ผมเรียนทุกอย่างที่ Kwon’s School

 

Kwon’s School นี้รับเด็กที่เล่นหมากล้อมไม่เป็นเลยด้วยหรือ?
ครับ ที่โรงเรียนจะมีกลุ่มเด็กหัดใหม่อยู่กลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งก็เป็นที่ที่ผมเริ่มเรียนนั้นแหละครับ ผมอยู่ที่โรงเรียนตลอดการฝึกซ้อม คุณอยากรู้อะไรตลก ๆ ไหม? คนที่สอนกติกาโกะให้ผม – Park Sangsu น่ะ เขาได้ 1 Dan ในปีเดียวกับที่ผมได้ด้วยนะ (1997)

 

Lee Sedol, 9Dan เพื่อนร่วมชั้นเรียนของคุณ เขาได้เป็นมืออาชีพก่อนคุณสองปี ผมได้ยินเรื่องที่เขาเล่าว่า คุณเคยร้องไห้ เวลาคุณเล่นแพ้เขาด้วย
ไม่ ไม่ใช่แน่นอน ตอนนั้นเขาเก่งกว่าผมมาก เราไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันเท่าไหร่ หลังจากที่เขาได้ 1 Dan ผมก็มีโอกาสเล่นกับเขามากขึ้น แต่ก็ผมก็ยังต้องถือดำอยู่เสมอ

 

งั้นคุณก็ไม่ได้ร้องไห้น่ะสิ?
อืมมม… จำไม่ได้เหมือนกัน แม้แต่ตอนนี้ เวลาผมแพ้ ก็รู้สึกเหมือนจะร้องไห้ ยิ่งเกมที่ผมได้เปรียบ แล้วแพ้เนี่ยะ ผม sad มาก

 

ต่อตอนหน้า…
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.