Creative
ถ้าใครเปิดดูเกมมืออาชีพอยู่เรื่อย ๆ ก็จะเห็นอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ นะครับ ความจริงช่วงหลังนี้ผมก็ไม่ค่อยได้ติดตามสักเท่าไหร่ครับ สองสามวันมานี้ ก็เลยเปิดดูเล่น ๆ ให้หายคิดถึง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากรูปแบบหมากที่ไม่ซ้ำกันแล้ว สิ่งที่น่าจะสังเกตได้ง่ายที่สุดก้น่าจะเป็นการเปิดเกม
ลองดูเกมนี้ ครับ เอาแค่หมากที่ 1 – 36 ก็พอ
http://www.go4go.net/v2/modules/collection/sgfview.php?id=22143
ลำดับการเดิน 1- 36 นี้ ผมเห็นอยู่หลายเกมเหมือนกัน
ความจริง ช่วงก่อนนู้น เห็นแค่ลำดับหมาก 1 – 12 เท่านั้น ยังไม่ได้พัฒนามาถึงลำดับที่ 36 เหมือนในเกมนี้ ไม่แน่ใจว่า Choi Cheolhan เป็นคนเอามาเล่นคนแรกรึป่าว ก็ไม่ทราบครับ
นอกจากรูปแบบการเปิดเกมแบบนี้แล้ว ก็ยังมีการเปิดเกมแบบใหม่ ๆ อีกมากมาย ถ้าเอามาเล่นเพียงแค่คนเดียว ผมก็ยังไม่คิดอะไรมาก แต่เห็นฮิตเอามาเดินกันหลายคน ก็ชักอยากรู้ ถ้า้เปิดดูเกมเรื่อย ๆ จะเป็นว่า มี pattern ใหม่ ๆ หลายอันเลยครับ
จะเห็นว่าวงการหมากล้อม ไม่ได้หยุดอยู่กับที่เลย คิดค้นอะไรใหม่ ๆ มาเล่นกันตลอดเวลา พัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ถ้าหยุดอยู่กับที่ก็โดนคนอื่นแซงได้ตลอดเวลา Lee Changho ที่ใคร ๆ ก็บอกว่า ชอบเดินง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ก็เปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลาครับ ถ้าสังเกตรูปหมากดี ๆ จะเห็นว่าเขาพยายามจะค้นหาอะไรใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ
ไม่มีสูตรสำเร็จ
ถ้ายึิดติดกับ pattern หรือรูปแบบเดิม ๆ เพียงเพราะมันง่ายดี ไม่ต้องเหนื่อยคิดอะไรใหม่ เพราะมีคนอื่นคิดให้แล้ว ถ้าเราหยุดอยู่แค่นี้ มันก็จะจำกัดความคิดของเรา สร้างกรอบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในระยะยาว ถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็จะไปไม่ได้ตลอดรอดฝัง
มี pattern ไม่ได้เสียหายอะไร ขึ้นอยู่กับวิธีใช้ ถ้าใช้เป็นเครื่องมือ เป็นตัวช่วย ใช้ในการเรียนรู้ ก็พอไหว แต่ถ้าถือว่า pattern สามารถทำได้ทุกอย่าง ก็พลาดแล้วครับ
หมากล้อม เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราเรียนรู้วิธีที่จะแก้ปัญหา เรียนรู้วิธีคิด เรียนรู้หลักการ
ถ้ารูปเกมเปลี่ยนไป รูปหมากเปลี่ยนไป จากที่คุ้นเคย ถ้าใช้วิธีเก่า ๆ วิธีคิดแบบเดิม ๆ ผลที่ออกมา อาจจะทำให้เจ็บปวดได้
เราต้องสร้างจุดแข็ง หรือ สิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ แต่เราทำได้ขึ้นมา ถ้าไปสู้ในสิ่งที่คนอื่นเก่งอยู่แล้ว ก็ยากครับที่จะชนะ
ดึงให้เขา เข้ามาเล่นในเกมที่เราถนัด และได้เปรียบ เ่ท่านี้โอกาสที่จะชนะก็เพิ่มขึ้นอีกมากโขแล้ว ถ้าสิ่งไหนที่เราทำได้และคนอื่นทำได้ คิดได้ นั้นแปลว่าเรายังไม่มีจุดแข็งของตัวเอง พยายามสร้างความแตกต่าง คิดให้แตกต่าง แล้วทำให้มีเพียงแค่เราเท่านั้นที่ทำได้ จากนั้นก็พยายามดึงให้เขาเข้ามาเล่นในเกมของเรา โอกาสก็อยู่ในมือ
นักหมากล้อมมืออาชีพระดับ top ของโลก จะเห็นว่า มี style การเล่นที่่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ละคนก็เก่งในแบบของตัวเอง ไม่มีใครชนะใครได้ตลอดเวลา มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดผลแพ้ ชนะ
แต่สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครชนะใคร .. อยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ อยู่ที่ความแตกต่าง อยู่ที่การพัฒนาอยู่ตลอดเวลา รู้จักสร้างโอกาส เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง ต่างหากครับ
กระดานหมากล้อม ของขวัญทางการทูตของบารัค โอบามา
ข่าวจากสมาคมหมากล้อมอเมริกา
www.usgo.org/
(20 พฤศจิกายน 2552)
เมื่อประธานาธิปดีสหรัฐ บารัค โอบามา เดินทางไปเยือนประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มอบชุดกระดานหมากล้อมแก่ประธานาธิบดีหู จินเทา เป็นของขวัญ ประกอบไปด้วย กระดานหมากล้อมซึ่งทำจากประเทศสหรัฐ และเม็ดหมากล้อมซึ่งทำจากหยกของจีนเอง ใส่ในโถแก้ว ที่ทำขึ้นในฝั่งตะวันตกของอเมริกา ด้วยวิธีทางการทูตง่าย ๆ แบบนี้สามารถแสดงให้เห็นถึงการรวมกันระหว่างประเทศอเมริกา และจีน ได้อย่างกลมกลืน
ประธานสมาคมหมากล้อมอเมริกา Allan Abramson ให้ข้อคิดเห็นว่า “บางทีของขวัญชิ้นนี้ อาจจะแสดงให้เห็นถึงความเคารพของประธานาธิบดี ที่มีแก่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศจีน และไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง การทูต หรือเศรษฐกิจ ก็ตาม ของขวัญชิ้นนี้ก็กลายเป็นหัวข้อคุยกันอย่างคึกคัก ของนักเล่นหมากล้อมในช่วงสัปดาห์นี้”
หมากล้อมได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเมื่อประมาณ 2500 ปีก่อน ถือได้ว่าเป็นเกมหมากกระดานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ยังคงเล่นกันมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีคนเล่นเกือบ 30 ล้านคนทั่วโลก หมากล้อมถูกถือให้เป็นหนึ่งในเกมหมากกระดานคลาสสิคเกมหนึ่ง เคียงคู่ไปกับหมากรุกและหมากฮอส หมากล้อมพึ่งถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในรายการแข่งขัน World Mind Sports Games ครั้งล่าสุดที่กรุงปักกิ่ง
และการที่ประธานาธิบดีได้เลือกหมากล้อมมาเป็นของขวัญในครั้งนี้นั้น ก็ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของวงการหมากล้อมในอเมริกาเลยทีเดียว

ตัวกระดานเป็นงาน handmade ทำจากไม้ Hawaiian koa (ไม้ชั้นดี และหายากจากฮาวาย) คัดเลือกและแกะสลักโดยช่างไม้ฝีมือชั้นเยี่ยมจาก North Carolina ชื่อ Frank Salantrie นักหมากล้อม 3 ดั้ง และเป็นสมาชิกสมาคมหมากล้อมอเมริกามานานแล้ว ที่ด้านหลังของกระดานมีตราประทับประธานาธิบดี พร้อมด้วยลายเซ็นของบารัค โอบามา ส่วนหมากที่ทำจากหยกนั้น ได้รับมอบมาจากนักหมากล้อมอาชีพ Feng Yun เธอเป็นสมาชิกทีมหมากล้อมจีน แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนสัญชาติมาเป็นอเมริกาแล้ว เธอบอกว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มอบมันให้กับประธานาธิบดี เพื่อมอบให้กับประธานาธิบดีหู จิน เทา และชาวจีน อีกทีหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพัธ์ที่จะยังคงมีต่อไปของอเมริกาและจีน”

Feng Yun เป็นแชมป์โลกหมากล้อมหญิงอย่างเป็นทางการ และเป็นนักหมากล้อมหญิงหนึ่งในสามคนเท่านั้นที่ได้รับการเลื่อนระดับให้เป็น 9 ดั้ง เธอสอนหมากล้อมอยู่ในสหรัฐให้กับคนทุกเพศทุกวัย และในช่วงหน้าร้อนก็จะพานักเรียนไปประเทศจีนเพื่อเรียนร่วมกับนักเรียนจีนด้วย ตอนนี้เธอพักอยู่กับสามี พร้อมลูกอีกสองคน ใน Bridgewater รัฐ New Jersey
ส่วนโถหมากนั้นทำโดยช่างแก้วฝีมือ ที่ครอบครัวโอบามาชื่นชอบ ในฝั่งตะวันตกของอเมริกา
บุรุษที่ชื่อ ลี ชางโฮ
> ข้อมูลในบทความ เป็นข้อมูลเมื่อปี 2006 เขียนโดย Candek
> Credit: http://www.go4go.net/v2/modules/wiwimod/index.php?page=Lee+Changho
>ภาพจาก internet และบางส่วนจาก zemotion.blogspot.com

Lee Changho(9d), 13th LG Cup 2008 2nd round
Lee Chang-ho (이창호, 李昌鎬 (Yi Ch’ang-ho, อี ชางโฮ, ลี ชางโฮ) เกิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 1975, กรุงโซล, ประเทศเกาหลี ปัจจุบันระดับ 9 ดั้ง เป็นมืออาชีพที่เก่งที่สุดในโลก(2006) ฝีไม้ลายมือ ล่ำเรียนมาจากกุฏีของ Cho Hun-Hyeon 9 ดั้ง
บันทึกหมาก > http://www.go4go.net/v2/modules/collection/byplayer2.php?pid=18
ประวัติ
เข้าวงการมืออาชีพเมื่อปี 1986 ขณะนั้นอายุเพียง 11 ขวบ ในช่วงปี 1990 เขาก็เริ่มออกลาย ฉายแววให้เห็นเป็นครั้งแรก ด้วยการคว้าแชมป์ ในรายการที่อาจารย์ของเขาเองเคยได้มาแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 1992 เขาก็ยังสามารถคว้าแชมป์รายการระดับโลกมาครองได้อีกด้วย ซึ่งก็คือ ถ้วย Tong Yang ครั้งที่ 3 ถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีมืออาชีพคนไหนที่จะทุบสถิติของเขาได้เลย ลี ชางโฮ นั้น เคยได้แชมป์รายการระดับโลกมาแล้วทั้งหมดทุกรายการ รายการละไม่ต่ำกว่า 2 สมัย รวมถึงรายการ World Oza และ Ing Cup ซึ่งเขาจะได้แชมป์ในทุก ๆ 2 และ 4 ปี เป็นคนที่สองที่ได้ Grand Slam (ชนะทุกรายการ) คนแรกคือ โช ฮุนยุน อาจารย์ของเขาเอง
สไตร์การเล่น
หลายคนคงรู้จักเขาในชื่อ “พระพุทธรูปหิน” ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ ฉายาของเขา
ที่มาของชื่อนี้ ก็ด้วยเพราะ เขาไม่เคยยิ้ม ไม่เคยแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาทางสีหน้าให้เห็นเลย มักจะชอบทำหน้าตาเฉยเมย ไร้อารมณ์อยู่เสมอ ๆ ซึ่งฉายานี้ ก็เข้ากับสไตร์ของเขามากทีเดียว จุดแข็งที่สุดของเขาอยู่ที่การคำนวณแต้ม จนได้รับยกย่องว่า คำนวณได้แม่นยำที่สุดในโลก ลี ชางโฮ ไม่ได้เล่นในสไตร์ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ไล่ฆ่ากลุ่มหมาก เลยแม้แต่น้อย แต่เขามักจะหลอกล่อให้คู่ต่อสู้คิดว่าชนะเขาไปแล้ว นั้นเพราะว่า เขาไม่ได้ไล่ฆ่ากลุ่มหมากใหญ่ ๆ หรือ เดินหมากตาสำคัญ ๆ ที่จะตัดสินแพ้ชนะเลย มืออาชีพคนอื่นๆ ในสมัยนั้น ยังไม่เคยเจอกับรูปแบบการเล่นของลี ชางโฮ มาก่อน เขาไม่เหมือนกับ ชูซาคุ เขาไม่เคยเดินหมากที่น่าทึ่งแบบเดียวกับชูซาคุ หรือตาเดินสุดยอด ๆ ให้เห็นเลย ครั้งหนึ่ง โจจิ คุง เคยหน้าแตกมาแล้วในรอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์โลก เขาประกาศศึกกับลีว่า เขาจะสั่งสอนลี ชางโฮ เองว่า โกะนั้นเค้าเล่นกันยังไง แต่สุดท้าย เขาก็ต้องกลิ่นน้ำลายตัวเอง เพราะผลออกมาคือ ลี ชางโฮ ชนะไปอย่างขาดลอย ด้วยสกอร์ 3 ต่อ 0 เกม

Cho Chikun 9P
Cho Hun-Hyeon 9P
ศิษย์ล้างอาจารย์
อาจารย์คนแรกของลี ชางโฮ เคยปรารภไว้ว่า ลีนั้น มักจะพยายามหาตาเดินหมากเทพ ๆ อยู่เสมอๆ จนกระทั้งเขาได้มาเป็นศิษย์ที่สำนักของ โช ฮุนยุน กระนั้น อาจารย์เขาก็ยังบอกว่า ลีนั้น ไม่ได้เก่งมากมายอะไร เห็นได้จากการที่เขายังจำเกมที่ตัวเองเล่นกับอาจารย์ไม่ได้เลย ในช่วงเวลานั้น ลี จึงไม่ได้อยู่ในสายตาของโช ฮุนยุน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ หรือมีอัจฉริยะภาพทางด้านหมากล้อม แต่เขาเป็นคนขยันและทุ่มเทอย่างมาก จนทำให้ทักษะการอ่านหมากของเขาเพิ่มสูงขึ้นมาก ลี ชางโฮ ในช่วงนี้ได้ล้มเลิกความพยายามที่จะเดินหมากเทพ ๆ แล้ว เขาหันไปเดินหมากแบบเรียบง่าย ธรรมดา พื้น ๆ แทน ลี ชางโอ มักจะเดินหมากเรียบ ๆ ชิว ๆ กับคู่แข่งเสมอๆ ซึ่งนั้นช่วยให้เขาสามารถอ่านหมากไปได้ไกลขึ้นไปอีก ต่างจากความพยายามก่อนหน้านี้ที่พยายามหาตาเดินสุดยอด ๆ ซึ่งนั้นทำให้เขาก้าวไปไม่ถึงฝัน ว่ากันว่า ในช่วงแรกของชีวิตในวงการมืออาชีพของลี ชางโฮนั้น เขามีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ ต้องโค่นอาจารย์ให้ได้ เห็นได้ชัด เพราะว่าเมื่อเขาแข่งกับมืออาชีพระดับสูงคนอื่น ๆ แล้ว เขาต้องอกหักและม้วนเสื่อกลับบ้านทุกทีไป ผิดกับตอนที่เขาแข่งกับอาจารย์ที่มักจะมีลุ้นอยู่เสมอ นี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนมักจะประเมินฝีมือของจอมยุทธแซ่ลี คนนี้ต่ำไป หนึ่งในนั้นก็ได้แก่ โจ จิคุง หนุ่มมาดเซอของเรานั้นเอง สไตร์หมากของลี ชางโฮ นั้นดูเหมือนว่า น่าจะต้องซึมซับสไตร์การอ่านหมากเร็ว เดินหมากแหลมคมของอาจารย์มาแน่ ๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ลี ชางโฮ พัฒนาสไตร์ของตัวเอง จากการที่เขาแข่งกับใครต่อใครอยู่เรื่อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เขาเลือกที่จะคำนวณแต้ม และอ่านหมากให้ละเอียดยิ่งขึ้น ๆ ไปอีก แต่ใครหลาย ๆ คนก็ยังคงไม่ได้ประทับใจ สไตร์หมากของลี ชางโฮ อยู่ เพราะมัน เรียบง่ายเกินไป
กำลังดวลหมากกับ Lee Sedol 9P ในศึก Ing cup ครั้งที่มาจัดในประเทศไทย
ลี ชางโฮหมดอนาคตแล้วงั้นหรือ?
โชคไม่ดีที่หมากสไตร์ของเขาไปไม่ถึงฝั่ง ขนาดที่หนุ่มมาดเซอของเราถึงกับเอ่ยปากว่า ลี ชางโฮ จะต้องเสียท่าให้กับ ลี เซตอล จอมยุทธหนุ่มรุ่นน้อง จนได้ในที่สุด เพราะสไตร์แบบลี ชางโฮ นั้นไม่ได้รับประกันว่า จะสามารถต้านทานคลื่นลูกใหม่ ๆ เอาไว้ได้ตลอดไป เขาจะต้องละทิ้ง และปรับปรุง พิจารณาสไตร์ของตัวเองใหม่ เพื่อที่จะต่อกรกับมืออาชีพหน้าใหม่ๆ ให้ได้ตลอดไป สไตร์หมากของเขากำลังอยู่ในช่วงค้นคว้า ทดลอง และเรียนรู้รูปแบบการเล่นใหม่ ๆ เขาพยายามจะเล่นแบบกัดไม่ปล่อย แต่แล้วก็ พลาดแล้วพลาดอีก เมื่อเราไปกระซิบถามอาจารย์ของเขา, โช ฮุนยุน ว่า หมดยุครุ่งเรื่องของลี ชางโฮ แล้วหรือ? เขาบอกว่า “ไม่” และเขาบอกต่อไปอีกว่าสำหรับ ลี เซตอล นั้นก็เป็นเพียงหนึ่งในคนที่จะสามารถเป็นคู่แข่งกับลี ชางโฮ ได้เท่านั้น ทั้งคู่ยังจะต้องเจอกันอีกหลายศึก ยังต้องรบกันไปอีกสักช่วงระยะหนึ่ง เมื่อฝุ่นที่ตลบอยู่นั้นสงบ และจางลง เงาของผู้ชนะก็จะปรากฏออกมาให้เห็นเอง
ห้องวิจารณ์หมาก Ing Cup ประเทศไทย (โปรสุจิน คนซ้าย หน้าสุด)
สถานการณ์ปัจจุบัน (2006)
หลังจากที่พลาดท่าให้กับ หลัว ซีเหอ ในศึก Samsung Cup ลี ก็กลับมากอบกู้ศักศรีดิ์คืนได้ในศึก Sibdang Cup (ชื่อสิบดั้ง เหมือนภาษาไทยเลย ไม่รู้ความหมาย เหมือนกันรึป่าว ใครทราบ ช่วยโพสเป็นบุญด้วยนะครับ) ด้วยการเอาคืน และเบียด ปาร์ก ยองฮุน ตกเก้าอี้ไป หลังจากที่ปาร์กเคยฝากแผลใจให้กับลีมาแล้ว ในรายการ Prices Information Cup ลี ยังไปได้แชมป์รายการที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลีอีก คือ Guksu ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 49 แล้ว แต่เขาก็ต้องอกหักอีกถึงสองครั้งในรอบปี ในรายการระดับโลก คือ Nongshim Cup และ รายการใหม่ อย่าง Kangwon Cup นี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับ ลี ชางโฮ เมื่อเทียบกับสมัยก่อน ที่เขามักจะชนะในเกาหลี เสมอ
Hwang Inseong
สัมภาษณ์ โดย A.Dinerchtein 3P
Hwang (7Dan) เป็น insei เกาหลี ขณะนี้อยู่ที่เยอรมัน เขาเป็นหนึ่งในนักหมากล้อมที่เก่งที่สุดในยุโรป และเคยชนะรายการมือสมัครเล่น เกาหลีมาแล้วหลายรายการ
Q. คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเพียงแค่เล่นอยู่ในยุโรปแต่ยังสามารถพัฒนาฝีมือได้เร็วเท่า ๆ กับอยู่ที่โรงเรียนหมากล้อมในเอเชีย
Q. มือสมัครเล่นเกาหลีหลายคนไปสอบมืออาชีพที่ญี่ปุ่นแทน เพราะว่ามันง่ายกว่า คุณจะไปบ้างไหมครับ
Q. สำหรับ Hong Maelgunsaem ที่สอบมืออาชีพผ่านได้ ที่คันไซ เมื่อสองสามวันก่อนนั้น คุณคิดว่าเขามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนครับ ที่จะครองแชมป์ใหญ่ ๆ สักรายการ อย่างเช่น Kisei, Mejin หรือ Honinbo?
Q. อะไรคือจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดที่สุดของนักหมากล้อมยุโรปครับ? เราจะสามารถพูดได้ไหมว่า นักหมากล้อมเกาหลีนั้นอ่านหมากที่ซับซ้อน ได้ดีกว่า?
Q. เล่นโกะในเน็ตบ้างไหม ถ้าหากว่าบอกชื่อไม่ได้ ก็บอกแค่สถิติก้ได้ครับ
Q. แล้ว KGS เป็นยังไงบ้างครับ?
Q. ทัวร์นาเมนในยุโรปไหนที่ดีที่สุดที่คุณเคยแข่งมาครับ
Q. คุณว่า Kim Eunguk ซึ่งชนะรายการ European Go Congress ในล่าสุดนี้ เคยเป็นยังไงบ้างครับ
Q. คุณคิดยังไงกับ Bannegi และทำไม Bannegi ถึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมในนุโยป?
Q. เคยอ่านนิยายเรื่อง First kyu ไหมครับ พูดได้ไหมว่า เนื้อเรื่องใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
Q. ตอนนี้ใครเก่งที่สุดในเกาหลีครับ สำหรับสือสมัครเล่น และระดับของเขาประมาณไหน ถ้าเทียบกับมืออาชีพ
Q. จริงรึป่าวครับที่ว่า อดีต insei ซึ่งไม่ใช่มืออาชีพ หารายได้จากโกะได้ยาก ถ้าอยู่ในเกาหลี?
สัมภาษณ์ Choi Cheolhan (3)

ขอคุยเกี่ยวเรื่องชีวิตส่วนตัวสักเล็กน้อยนะครับ
มันอาจจะดูไม่ค่อยเข้าท่าสักหน่อยที่จะถามแชมป์ kuksu ว่าเขาศึกษาโกะยังไง
แต่ก็สักหน่อยนะ มันคันปาก, คุณซ้อมโกะยังไงครับ ถึงได้เก่งปานนี้?
สำหรับผมแล้ว ดีที่สุดคือ ไปที่ Hankuk Kiwon หรือ Kwan’s School (โรงเรียนสอนหมากล้อม) ครับ
ผมไม่ได้บอกว่าผมซ้อมโกะเองที่บ้านไม่ได้นะ เพียงแต่ว่า พอมผมไปที่สมาคมหรือชมรมแล้ว ผมและคนอื่น ๆ
จะช่วยกันวิเคราะห์เกมด้วยกันได้ และผมก็เล่นอย่างน้อยวันละกระดาน
เล่นบนเน็ตบ้างไหม?
ครับ บางครั้ง, ผมเล่นที่ Tygem
ใช้ชื่อไหน?
มันก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากมายครับ ตอนนี้ก็มีคนรู้กันเยอะแล้ว แต่ครั้งสุดท้ายที่ผมไปเล่น
พอมผมเข้าไปทุกคนก็จะพากันเชียร์ว่า “แชมป์ kuksu มาแล้วววว”
แต่ถ้าผมแพ้ มันจะกลายเป็น “แชมป์ kuksu ภาษาอะไรกัน ถ้ายังเล่นแพ้ชาวบ้านเขาแบบนี้”
วันว่าง ๆ เนี้ย ทำอะไรบ้างครับ?
ผมก็ไปจะที่ Hankuk Kiwon federation ไม่ก็ Kwon club บางครั้งถ้าผมอยู่บ้าน
ผมก็เล่นเกมกับเล่นเน็ตเหมือนคนทั่วไป ครับ
ชอบเกมไหนมากที่สุด?
เยอะนะ แต่ที่ชอบมากสุดก็ Starcraft นี้แหละ
บอกหน่อยได้ไหมว่า Starcraft เนี้ย คุณเก่งแค่ไหน ถ้าสมมุติว่าวัดด้วย rating ของโกะ
น่าจะราว ๆ 3-gup (2-3 European dan) ก็ถือว่าเก่งอยู่นะ
มันน่าสนใจมาก, ผมรู้จักโปรวัยรุ่นหลาย ๆ คน ก็ชอบเล่น Starcraft เหมือนกัน ถ้าเทียบกับคนอื่นแล้ว คุณคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง?
พวกเราก็พอ ๆ กัน, ผมน่าจะอยู่ประมาณที่ 7 หรือ 8 ได้
ใครเก่งสุด?
อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ครับ พวกเราฝีมือใกล้ ๆ กัน
อืมมม, ผมรู้สึกถึงความกระหายในชัยชนะในตัวคุณ เวลาคุณเล่นโกะ คุณจะไม่ยอมให้ใครผ่านไปได้ง่าย ๆ
และรู้มาด้วยว่าคุณยังไปเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยอีกด้วย คุณทำอะไรอยู่หรอ?
อย่า่มาทำให้ผมโกรธนะ
มันยากมากสำหรับผม กว่าจะจบมัธยมได้ ส่วนใหญ่คนอื่นพอสอบมืออาชีพได้ก็จะหยุดเรียนกันไปเลย แต่ผมไม่
ผมพยายามมากแค่ไหนที่จะจบมาได้ แล้วก็เรียนต่อด้วย พวกรุ่นพี่แนะนำว่าให้ผมเรียนด้านภาษา และก็นี้แหละที่ผมเลือกที่จะเรียน
ทำไมถึงเลือกเรียนญี่ปุ่นละครับ?
ผมต้องเลือกสักอย่าง, ภาษาอังกฤษก็ยากโคตร
ผมชั่งใจอยุ่ว่าจะเลือกอะไรดี ระหว่างภาษาจีน หรือญี่ปุ่น สุดท้ายผมก็เลือกญี่ปุ่น และ Weon Songchin 7 dan
เพื่อนผม เขาก็เลือกจีน
ไปมหาวิทยาลัย สัปดาห์นึง กี่วันครับ?
วันนี้เป็นวันแรกครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องเตรียมตัวแข่งก่อน
สุดท้าย,
คุณมีหวานใจรึยังครับ?
ไม่ และคิดว่าคงจะไม่มี เพราะผมทุ่มเทเวลาให้กับโกะทั้งหมด
ขอบคุณมากครับ ที่คุยกับเรา ขอให้โชคดีในการแข่งนะครับ
ขอบคุณครับ
สัมภาษณ์ Choi Cheolhan (2)

โอเค งั้นคราวนี้เรามาคุยถึงการแข่ง Kuksu กันบ้าง,
เกมไหนที่คุณว่ายากที่สุดครับ?
เกมที่ห้า ครับ แต่ ผมชอบเกมที่สองมากที่สุด มันเป็นแกมแรกที่ผมสามารถชนะ
Lee Changho ได้ อีกอย่าง ผมเล่นได้อย่างเหนี่ยวแน่นตลอดทั้งเกม
บางทีวันนั้น ลีเค้า อาจจะไม่สบายด้วยก็ได้
คุณใช้กลยุทธอะไรพิเศษบ้างรึเปล่าตอนที่แข่งกับ ลี?
ในเกมแรก หมากผมได้เปรียบคู่แข่งอย่างมาก
ผมได้เปรียบไปจนถึงช่วงท้ายเกม แต่หลังจากนั้น
ผมก็เริ่มเสียแต้มตรงนู้น ตรงนี่ ตรงนั้น เรื่อย ๆ สุดท้าย
ผมแพ้ไป 1.5 แต้ม หลังจากเกมนั้น ผมบอกกับตัวเองว่า
“ไม่, อย่างนี้มันไม่ถูก ผมจะต้องพยายามเพื่อให้ชนะตั้งแต่กลางเกมให้ได้ ก่อนที่จะเข้าช่วงท้ายเกม”
คุณชอบอย่างไหนมากกว่ากัน ระหว่าง ชนะด้วยการอ่านหมากสู้กัน
กับ การเล่นด้วยความเหนี่ยวแน่น?
ไม่ มันซับซ้อนกว่านั้นมาก บางครั้งผมก็สู้
บางครั้งผมก็เล่นเอาพื้นที่ด้วยการช่วยกลุ่มอ่อนแอ
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ผมพยามจะเป็นฝ่ายกระทำซะมากกว่า
แทนที่จะคอยแต่จะรับหมากคู่แต่สู้
หลังจากเกมสุดท้าย คุณวิเคราะห์หมากกันกับ Lee Sedol
คุณคิดว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง?
เราเป็นเพื่อนกัน เขายินดีด้วยกับผม แต่เขาก็แหย่ผมว่า
ผมโชคดีมากกว่า เขายิงมุขใส่ผมว่า
ถ้าผมเล่นกันเขาแทนที่จะเป็น Lee Changho เขาจะไม่ปล่อยให้ผม
ได้เดินสะบาย ๆ
คุณคิดว่า Lee Changho เป็นยังไงบ้าง,
ไม่ใช่ในถานะนักเล่นโกะ แต่ในถานะคนธรรมดา ๆ คนนึง?
เขาเป็นคนที่น่ายกย่องมาก, ยุติธรรม น่านับถือ
เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ให้ความเคารพเขา และในขณะเดียวกัน
มันก็ยากมาก ๆ ที่จะได้ใช้เวลากับเขา
เขาเป็นคนที่ชอบอยู่กับตัวเองมาก และก็ยังพูดน้อยด้วย
ติดตามต่อตอนหน้า…
สัมภาษณ์ Choi Cheolhan (1)

บทสัมภาณ์นี้ มีขึ้นหลังจากที่เขาชนะรายการ kuksu ปี 2004